โรคแพ้คาเฟอีน: อาการ วิธีป้องกัน และการรักษา

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ดื่มกาแฟในตอนเช้าเพื่อทำให้ตาสว่าง ซึ่งสารคาเฟอีนที่พบได้ในกาแฟจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง นอกจากนี้เรายังพบสารคาเฟอีนได้ในใบชาและฝักโกโก้  ซึ่งมีการประมาณไว้ว่า 90% ของชาวอเมริกาเหนือทานคาเฟอีนทุกวัน แม้ว่าคาเฟอีนจะปลอดภัยสำหรับคนส่วนมาก แต่ก็มีบางคนที่แพ้เจ้าสารชนิดนี้ค่ะ สำหรับบทความในวันนี้ เราจะพาคุณไปดูอาการของคนที่แพ้คาเฟอีน สาเหตุ และวิธีรักษา

 

 

คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นจากธรรมชาติที่ส่งผลต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้คนรู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิมากขึ้น นอกจากนี้มีคนจำนวนมากเชื่อว่าการดื่มกาแฟในระหว่างวันทำงานสามารถทำให้พวกเขาทำงานได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณของคาเฟอีนต่อวันที่คนส่วนมากดื่มแล้วปลอดภัยก็คือ 400 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่าประมาณ 4 แก้ว แต่บางคนก็อาจมีความไวต่อคาเฟอีนและมีบางอาการ เช่น หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล กระตุก ปวดศีรษะ มีปัญหากับการนอน ท้องไส้ปั่นป่วน ฯลฯ

 

อาการของคนที่แพ้คาเฟอีน

คนที่แพ้คาเฟอีนจะแสดงบางอาการออกมา ตัวอย่างเช่น เป็นลมพิษ ริมฝีปากหรือลิ้นบวม คันปาก ริมฝีปาก และลิ้น อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นภายในชั่วโมงเดียวกับที่ทานคาเฟอีน นอกจากนี้บางคนอาจแสดงปฏิกิริยาที่บ่งบอกถึงการแพ้อย่างรุนแรง ซึ่งจะเรียกว่า Anaphylactic Shock แต่มันก็พบได้ไม่บ่อยสักเท่าไร ซึ่งผู้แพ้จะมีใบหน้าบวมอย่างรุนแรง โดยประกอบไปด้วยดวงตา ริมฝีปาก ใบหน้า และลิ้น มีปัญหากับการหายใจ มีปัญหากับการพูด หายใจเสียงฟืดฟาด ไอ คลื่นไส้ ปวดท้อง อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว เวียนศีรษะ

 

สาเหตุที่ทำให้แพ้คาเฟอีน?

ร่างกายของคนที่แพ้คาเฟอีนจะมองว่าคาเฟอีนเป็นตัวบุกรุก เมื่อพวกเขาทานอาหารที่มีคาเฟอีน ร่างกายจะผลิต แอนติบอดีที่เรียกว่า Immunoglobin E. ซึ่งแอนติบอดีจะกระตุ้นเซลล์ให้หลั่งสารฮีสตามีนออกมาเพื่อกำจัดโมเลกุลที่มันเข้าใจผิดว่าทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย และโมเลกุลเหล่านี้ก็คือ สารก่อภูมิแพ้(Allergens) ส่งผลให้เกิดการอักเสบ ซึ่งสามารถนำไปสู่การเกิดลมพิษ คัน และบวม

 

การรักษาอาการแพ้คาเฟอีน

หากคุณมีอาการแพ้หลังจากทานอาหารที่มีคาเฟอีน การใช้ยาแอนติฮีสตามีนที่ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปอาจช่วยบรรเทาอาการคัน บวม หรือลมพิษได้ แต่หากคุณมีอาการแพ้อย่างรุนแรง คุณก็ควรไปพบแพทย์ทันที โดยจะรักษาด้วยการฉีดอิพิเนฟริน (Epinephrine)

 

 

การป้องกัน

หากรู้ตัวว่าแพ้คาเฟอีน วิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ก็คือ การหลีกเลี่ยงการทานอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดๆ ก็ตามที่มีคาเฟอีน สำหรับอาหารกรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา ช็อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ ถ้าไม่แน่ใจว่าอาหารที่จะทานมีคาเฟอีนหรือไม่ ให้คุณอ่านฉลากก่อนทานค่ะ

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจำเป็นต้องพึ่งกาแฟเพื่อให้ตัวเองมีสมาธิและกระตือรือร้นในระหว่างวัน ซึ่งคาเฟอีนเป็นสารเสพติดประเภทหนึ่ง หากเลิกแบบหักดิบ มันก็อาจทำให้เกิดอาการขาดยา ซึ่งประกอบไปด้วย การมีอาการสั่น ปวดศีรษะ หงุดหงิด รู้สึกเหนื่อย ฯลฯ แต่เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ อาการเหล่านี้จะหายไปค่ะ สำหรับวิธีอื่นๆ ที่ช่วยทำให้คุณตื่นตัวแทนคาเฟอีน ตัวอย่างเช่น การพักจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ออกไปเดินเล่นช่วงพักกลางวัน ดื่มน้ำปริมาณมาก นอนให้เพียงพอ ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นต้น

ที่มาonsencoffee

Leave a Comment